First Time in Thailand

อย่างที่ผมเคยบอกไปว่าศาสนาและความเชื่อของผมเป็นเหมือนพื้นฐานอย่างนึงในชีวิตของผมและมันก็มีอิทธิพลต่อผมในหลายๆด้านเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อตอนผมอายุ 19 ปี ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างที่นี่เลยก็ว่าได้ ศาสนาจักรหรือโบสถ์ของผมมีโครงการสอนศาสนาที่จะส่งผู้สอนศาสนาไปเผยแพร่ศาสนาที่ประเทศอื่นเป็นเวลาสองปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้นำว่าจะส่งไปที่ไหน ประเทศไหนและจะใช้ภาษาอะไร

First Time in Thailand
* กลุ่มผู้สอนศาสนาที่มากับผมที่ไทย

เมื่อผมอายุ 19 ปี ผมตัดสินใจสมัครเป็นอาสาสมัครที่จะเป็นผู้สอนศาสนาหรือที่เรียกกันว่า Missionary ให้กับศาสนาจักรของผม หลังจากที่ผมส่งใบสมัครไปไม่นานนัก ผมก็ได้รับจดหมายจากศาสดา(ผู้นำ)ของศาสนาผม ตอนนั้นผมตื่นเต้นมากที่จะเปิดอ่านมันเพราะมันจะบอกว่าในสองปีข้างหน้านี้ผมจะถูกส่งไปรับใช้และอยู่ในประเทศ ผมไม่รู้เลยว่าผมจะได้ไปที่ไหน ผมแทบไม่ได้หวังหรือคิดไว้เลยว่าจะได้ไปที่ไหน เมื่อผมเปิดอ่าน ปรากฏว่าผมถูกส่งหรือเรียกให้ไปรับใช้ในประเทศไทย ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าประเทศไทยอยู่ที่ไหน ผมรู้แค่ว่ามันอยู่ในเอเชีย ผมกลัวมากๆแต่ก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าผมไปไต้หวัน ทุกคนมักจะบอกผมว่า โอ้ว้าว ดีใจด้วยนะคุณจะได้ไปไต้หวันหรอ (คงเพราะว่า Taiwan ออกเสียงคล้ายๆกับ Thailand มั้ง) งั้นคุณก็ต้องเรียนภาษาจีนใช่มั้ย ผมบอกว่า ไม่ใช่ๆ ผมไป ประเทศไทย ไทยแลนด์! พวกเขาก็จะงงกันว่า ประเทศไทยมันอยู่ที่ไหนวะ! ผมไม่ได้ดูถูกประเทศไทยนะ ว่ามันเล็กหรือไม่มีคนสนใจ แต่มีคนหลายคนไม่รู้จักมัน สมมติถ้าผมถามว่าคุณรู้จักประเทศ โคเอเชียมั้ย มันอยู่ที่ไหน ผมเดาว่าหลายๆคนก็คงเคยได้ยินและบอกได้ว่ามันอยู่สักที่ในยุโรปใช่มั้ยคับ? แต่ก็เหมือนกันก็คงมีคนไม่เคยได้ยินหรือไม่รู้จักเหมือนกันใช่มั้ย หลังจากที่ผมได้รับการเรียกไม่นานผมก็มาที่ไทย เขตแรกที่ผมได้ไปรับใช้และสอนศาสนาคือที่ยโสธรตอนนั้นผมพูดไทยไม่ได้เลย ผมกลัวมากๆและทำอะไรไม่ได้เลย มีแค่ผมกับเพื่อนที่รับใช้ด้วยกันที่ต้องเรียนภาษาไทย แต่ว่ามันยากมากๆ เพราะมันไม่เหมือนภาษาไทยที่ผมเคยเรียนมา จริงๆแล้วผมไม่คิดว่าพวกเขาพูดภาษาไทยกันด้วยซ้ำ เพราะว่าพวกเขาพูดอีสานกันที่นั่น ตอนนั้นผมงงมากว่า “อะไรคืออีสาน?” โดยเฉพาะเวลาเขาทักทายกัน “เจ้าสบายดีบ่?” แต่ที่ผมเรียนมาคือ “คุณสบายดีมั้ยครับ? ผมใช้เวลาอยู่นานมากกว่าจะเริ่มเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดกัน

First Time in Thailand

ผมยังจำวันแรก คืนแรกของผมที่ประเทศไทยได้อย่างดี คืนนั้นผมต้องไปขึ้นรถที่หมอชิตเพื่อจะไปที่ยโสธร ผมจำได้ว่าผมเหนื่อยมากๆจากการเดินทางอันแสนยาวนานบนเครื่องบิน ผมไม่เข้าใจภาษาที่คนพูดกันที่นี่ มันร้อนและอบอ้าวจนเหงื่อผมออกตลอดเวลา ผมกับเพื่อนมีกระเป๋าใหญ่ๆคนละสามใบพร้อมกับจักรยานอีกด้วย ผมกลัวและเหม็นควันจากท่อไอเสียมากๆ ระหว่างเรากินก๋วยเตี๋ยวกันในร้านเล็กๆแถวๆนั้นผมบอกเพื่อนผมว่าผมจะไม่กลับมาที่หมอชิตอีกแล้วในชีวิตผม แต่พอไปถึงยโสธรแล้วทุกอย่างก็โอเคเพราะมันสบายอากาศสดชื่น ไม่เหม็นควันเหมือนตอนอยู่ในเมืองแบบนั้น หลายอาทิตย์ต่อมาหลังจากที่ผมเริ่มเจอคนไทยและพอจะพูดไทยได้แล้ว ผมเห็นความรักความใจบุญของคนไทยทุกๆคนที่ทั้งช่วยผมเรียนภาษา เลี้ยงข้าวผมบ้าง หรือแม้แต่ช่วยผมในเรื่องอื่นๆ นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกหลงรักพวกเขาและเห็นความใจดีของพวกเขาทุกคน ผมเห็นวัฒนธรรมและประเพณีบางอย่างที่สวยงาม รวมถึงการไหว้ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยจริงๆ นั่นทำให้ผมอยากและฝึกการไหว้เพื่อที่จะได้ไหว้ให้สวยเหมือนคนไทย และที่สำคัญที่สุด รอยยิ้มของคนไทยที่มีให้กันตลอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แค่รอยยิ้มเล็กๆน้อยๆก็เป็นเหมือนเครื่องหมายและสัญลักษณ์แทนความหมายได้หลายอย่างจริงๆ ผมรักประเทศไทยมากๆครับ

First Time in Thailand

อาหารมื้อแรกที่ผมได้กินคือ ส้มตำ เพื่อนของผมเขาจงใจใส่พริกเยอะมากๆ วันนั้นผมร้องไห้ เหงื่อออกเยอะและท้องเสียด้วย มันเผ็ดมากๆ แต่เพื่อนผมก็หัวเราะพร้อมกับคนไทยแถวๆนั้นด้วย สิ่งที่เราทำกันที่ยโสธร ก็คือการออกไปข้างนอก หาคนที่อยากเรียนรู้เรื่องศาสนาคริสต์ ถ้าเขาสนใจเราก็สอนเขา ถ้าเขาไม่สนใจเราก็หาไปเรื่อยๆ และเราสอนภาษาอังกฤษให้ฟรีด้วย นั่นเป็นทางนึงที่เราเรียนที่จะพูดภาษาไทย เพราะเรามาที่นี่เพื่อนสอนคนไทยในภาษาไทย พูดง่ายๆก็คือเราถูกบังคับให้พูดภาษาไทยให้ได้ อ่าน เขียน

First Time in Thailand
* อยู่ จ. ยโสธร

ผมเลือกที่จะมารับใช้ที่นี่สองปี ในขณะที่เพื่อนของผมไปมหาวิทยาลัย ทำอะไรบ้าๆ ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแบบของพวกเขา แต่ผมเลือกที่จะเสียสละเวลาของผมเพื่อที่จะช่วยเหลือคนอื่นและเรียนรู้เรื่องของตัวเอง ผมมีความสุขมากๆที่ผมตัดสินใจเลือกมาที่นี่เพราะถ้าไม่มีวันนั้น ถ้าผมไม่ได้มาที่นี่ ก็คงไม่มีวันนี้และก็จะไม่มี My Mate Nate ฉะนั้นแล้วการมาประเทศไทยน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลยก็ว่าได้

First Time in Thailand
* ชั้นเรียนภาษาอังกฤษที่ผมสอนฟรีที่ จ. กำแพงเพชร

ไม่ใช่แค่นั้น แต่การเป็นผู้สอนศาสนา สิ่งนึงที่ผมเรียนรู้คือ มนุษย์เราสามารถเปลี่ยนได้ สิ่งที่ผมเรียนรู้มากที่สุดและเห็นกับตาของผมเองคือ มนุษย์เปลี่ยนได้ บางคนชอบบอกว่า มันเป็นนิสัย ติดนิสัย ผมเปลี่ยนไม่ได้ หยุดไม่ได้ ผมชอบแบบนี้ ซึ่งไม่จริงเลย เราทุกคนสามารถเปลี่ยนได้และสามารถเป็นและทำได้ดีกว่าเดิม ไม่คุณจะอยู่ที่ไหน ชีวิตคุณจะย่ำแย่และตกต่ำมากแค่ไหน คุณอาจจะหลงผิดทางหรือทำอะไรผิดๆไปเยอะ แต่เราทุกคนสามารถเปลี่ยนมันและทำมันได้ So! Never ever give up on yourself! ผมเจอทั้งคนที่ติดเหล้า ติดบุหรี่ ไม่มีอะไรเลยในชีวิต เราเจอพวกเขาและสอนพวกเขาว่าเขาสามารถเปลี่ยนได้และควรจะยังไงกับชีวิตและเวลาของพวกเขา เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวผู้คนเหล่านี้ผมจนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังติดต่อและเป็นเพื่อนกับพวกเขาเสมอมา

First Time in Thailand
* สงกรานต์ครั้งแรกของผมที่ จ. หนองคาย
First Time in Thailand
* กลุ่มผู้สอนศาสนาทั้งหมดที่รับใช้ที่ประเทศไทยในช่วงเวลาเดียวกันกับผม