Standing firm for what you believe in

สิ่งนึงที่สำคัญมากๆและมีอิทธิพลต่อตัวผมมากๆตั้งแต่ผมเกิดจนถึงอายุ 18 ปี ก็คือ Drum line หรือการตีกลองสวนสนาม ลืมบอกไปว่าผมหลังจากที่ผมย้ายมาที่โรงเรียน Ayala high school เราได้เข้าไปแข่งขันระดับโลก ซึ่งการที่เราจะเข้าไปแข่งระดับโลกได้นั้น เราต้องซ้อมหนักมากๆ เราซ้อมกันเกือบทุกวัน ยกเว้นวันอังคารกับวันอาทิตย์ โดยปกติแล้วที่อเมริกา วันๆนึงเราจะเรียนอยู่ประมาณ 4-5 วิชา เรียนวิชาทั่วๆไปเหมือนที่ประเทศไทยนี่แหละ แต่ก็อาจจะมีแตกต่างกันบ้างบางวิชา โรงเรียนของเราเลิก บ่าย 3 โมง เราจะมีเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงที่จะเก็บของแล้วก็เตรียมตัวของเราเพื่อไปซ้อมตั้งแต่บ่ายสามครึ่งจนถึงสามทุ่มทุกวัน เราซ้อมกันหนักมากๆโดยเฉพาะในวันเสาร์ ทุกวันเสาร์เราจะซ้อมกันตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึง 3 ทุ่ม มีเวลาพักตอนเที่ยงกับตอนเย็นแค่ชั่วโมงเดียว รวมๆแล้ววันเสาร์เราซ้มกันถึง 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว ระหว่างซ้อม เราเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การทำอะไรร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน การเล่นด้วยกัน การเดินมาร์ชหรือเดินสวนสนามด้วยกันและทุกๆอย่างเลยจริงๆ

Standing firm for what you believe in

ซึ่งเพราะการซ้อมเหล่านี้เองที่ผมคิดว่ามันมีส่วนช่วยและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้ว ผมเรียนรู้หลายอย่างจากสิ่งนี้และมันส่งผลรวมถึงมีอิทธิพลต่อทุกๆสิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ เพราะผมเรียนรู้การที่จะทำงานหนักและการที่จะเป็นในสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถเป็นได้หรือทำอย่างสุดความสามารถอย่างเท่าที่จะทำได้ เพราะการไปแข่งระดับโลก เราจะต้องเก่งมากๆและดีที่สุดหรือพูดง่ายๆก็คือต้อง Perfect! ตั้งแต่นั้นมาผมเองก็เรียนรู้วิธีการจัดเวลาให้ดีเพราะว่าผมมีทั้งการบ้าน มีการซ้อม มีเดทกับผู้หญิง มีเล่นกีฬากับเพื่อนๆ ฉะนั้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างผมต้องทำได้ เพราะว่าผมไม่อยากแค่จะทำสิ่งเดียวหรือโฟกัสไปกับสิ่งๆเดียว ผมอยากจะมีชีวิตที่สมดุลและสามารถทำหลายๆอย่างได้พร้อมๆกัน

Standing firm for what you believe in
* (ผมเล่นกลอง snare ซึ่งเรา 5 คนในรูปนี้จะมีผลต่อคะแนนการแข่งกันมากที่สุดเลย)

อีกสิ่งนึงที่ผมคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในช่วงวัยเด็กของผมก็คือความเชื่อของผม พื้นฐานผมกับครอบครัวเราเป็นชาวคริสต์ เรามีศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระเจ้า ซึ่งตามหลักคำสอนทางศาสนาผมแล้ว เราเชื่อว่าวันอาทิตย์เป็นวันแห่งการพักผ่อนและเราจะไม่ทำกิจกรรมอะไรๆต่างที่เราทำกันในวันธรรมดา ซึ่งมันยากมากๆ สำหรับผมเพราะว่า การแข่งขันบางครั้งจัดขึ้นในวันอาทิตย์ แต่ส่วนมากจัดในวันเสาร์ แต่มีอยู่ครั้งนึงที่การแข่งขันระดับภาคตะวันตกของอเมริกา มันจัดขึ้นในวันอาทิตย์และผมรู้ตัวว่าผมจะไม่ได้ไปในวันนั้น ผมก็ได้บอกผู้นำและคนคุมทีมตั้งแต่ต้นปีว่าผมจะไม่ไปในวันนั้นเพราะมันตรงกับวันอาทิตย์และผมไม่แข่งในวันอาทิตย์ พวกเขาก็โอเคไม่มีปัญหาอะไร แต่พอถึงเวลาแข่งจริงๆและผมไม่ไปแข่ง ทุกคนโกรธและเครียดมากๆที่ผมจะไม่ไป พวกเขาก็พยายามทำให้ผมไปในหลายๆวิธีเพราะว่าพวกเราใช้เวลาซ้อมกันมาทั้งปีเพื่องานนี้แล้วถ้าขาดไปแค่คนเดียวมันก็จะทำให้ยากมากทั้งทีม ผมก็รู้สึกแย่ที่ไม่ได้ไปแต่นั่นทำให้ผมเรียนรู้ว่า เราควรจะ Be Firm in What you Believe หรือก็คือการยึดมั่นและมั่นคงในสิ่งที่เราเชื่อหรือความเชื่ออยู่และในการทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ มันไม่ใช่เกี่ยวกับศาสนาหรืออะไรแบบนั้นอย่างเดียวนะคับ และสำหรับผมแล้วการไม่ไปคือการที่ผมยึดมั่นอยู่กับสิ่งที่ผมคิดว่าถูกต้อง

Standing firm for what you believe in
* (ในวันที่เราแข่งระดับโลก มีคนเข้าชม 15,000+ คน!)

ในวันที่เขาแข่งกันวันนั้นผมก็เฝ้ารอคำตอบและผลการแข่งขันจากทีมของผมอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งทีมของผมได้อันดับ 3 และสามารถเข้ารอบไปแข่งระดับโลก ซึ่งผมดีใจมากๆ หลังจากนั้นผมมารู้ทีหลังว่ามีหลายคนที่จับตามองผมอยู่และบอกว่า “เนทบอกว่าเขาจะไม่ไป แต่เดี๋ยวเราจะทำให้เขาไป” หลังจากการแข่งวันนั้น พ่อกับแม่ของเพื่อนผมหลายคนเข้ามาหาผมและจับมือกับผมแล้วบอกว่า “ขอบคุณมากที่ยึดมั่นในสิ่งที่คุณเชื่อ มันเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผมและลูกอย่างมาก” นั่นก็เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้และผมชอบมากๆด้วย ผมเลยจำตั้งแต่นั้นมาว่า No matter what everybody else said or does, do the right thing.

* ดูคลิปจากการแข่งขันได้ที่นี่ (คลิปนี้ไม่ได้ถ่ายที่การแข่งระดับโลก นี่คือสองเดือนก่อนการแข่งระดับโลก ผมอยู่ในคลิปนี้ มีใครรู้มั้ยว่าผมคนไหน)rnขอโทษที่ภาพไม่ชัดมาก... คลิปนี้เราถ่าย 6 ปีที่แล้ว