Dating

มีครั้งนึงที่เพื่อนคนไทยของผมถามผมว่า “เนท ทำไมฝรั่งหลายคนเจ้าชู้และชอบจีบผู้หญิงหลายๆคน? ผมเห็นว่าพวกเขาไปเที่ยวกับผู้หญิงแทบจะไม่ซ้ำหน้ากันเลย หรือว่ามันเป็นเรื่องปกติที่นั่น?” ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจซะทีเดียวว่าทำไมเขาคิดและมองแบบนั้น เพราะตัวผมเองและชาวอเมริกันอีกหลายคนคงไม่ได้คิดว่าเราเป็นแบบนั้นในสายตาของเขาแน่นอน แต่พอผมได้สังเกตและถามคนไทยอีกหลายๆคนก็ทำให้รู้ว่า “การเดท” ที่ไทยและอเมริกานั้นต่างกันมากๆเลยครับ และคงจะเพราะสาเหตุนี้เองที่ทำให้เราโดนมองว่าเป็นแบบนั้น อันนี้ผมแค่อยากบอกให้เป็นความรู้เฉยๆ ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวกับตัวผมมากนักนะ

Dating
* Prom. Senior Year 2011

ช่วงมัธยมปลาย หรือช่วง High School ผมก็ใช้ชีวิตและมีความสนุกเหมือนเด็กทั่วๆไป ผมเริ่มไปเดทและทำความรู้จักกับผู้หญิงหลายๆคน แต่จริงๆแล้วผมมีแฟนครั้งแรกตอนอายุ 17 ปีนะครับ ที่อเมริกา ถ้าเกิดว่าคุณชอบใครสักคน คุณก็บอกเขาไปเลยว่า ผมชอบคุณนะ แล้วก็คุยกัน จีบกัน แล้วก็ชวนไปออกเดท ผมคิดว่ามันน่าสนใจและสนุกดีเมื่อเราเปรียบเทียบข้อแตกต่างของการเดทในประเทศไทย ที่อเมริกาเวลาเราไปเดท เราไม่ได้ไปแค่ห้าง ไปเดินเล่น ไปดูหนังหรือกินข้าวแค่นั้น(นั่นคือส่วนมากที่ผมเห็นคนไทยทำ) แต่ที่อเมริกาเวลาเราไปเดท เราจะไปเล่นไปทำกิจกรรมอะไรที่มันสนุกๆ อาจจะเล่นเกมส์ด้วยกัน ไปเล่นกีฬาสนุกๆ โดยเล่นกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ไปกันหลายคู่ สัก 5 คู่ 10 คู่ แล้วก็ทำกิจกรรมอะไรร่วมกัน ก็แล้วสไตล์ของแต่ละคน พูดง่ายๆก็คือเราไปทำอะไรที่มันสนุกและน่าสนใจร่วมกันเป็นกลุ่มๆทีละหลายๆคน ไม่จำเป็นว่าจะต้องไปแค่สองคนเสมอ

Dating
* Christmas Group Date
Dating
* ดูผมของผม!! 555!! Homecoming Dance 2010

แต่ว่า! การที่เราไปเดทกับใครสักคนนึง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นแฟนกันนะ มันก็แค่เมื่อคุณอยากคุยกับเขา อยากรู้จักเขาให้มากขึ้นว่าเขาเป็นยังไง มีนิสัยอะไรแบบไหน ก็ออกไปเดทกับเขา แต่ผมว่า... คนไทยชอบมโน 5555 ถ้าจะให้เห็นภาพ เรามาเปรียบเทียบกับรสชาติของไอศครีมกันดีกว่า สมมติว่ามีรสชาติของไอศรีมที่เยอะมากๆๆๆ แล้วตั้งแต่แรกที่คุณเริ่มกินไอศครีม คุณก็กินแค่วานิลลา ก็โอเค ก็ดี อร่อยดีนะ และเพราะคุณชอบมัน คุณก็เลยกินแค่วานิลลา แต่ถ้าคุณไม่เคยกินหรือชิมรสชาติอื่นเลย เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ช็อคโกแลต หรือมิ้นช็อคโกแลตชิพ(นี่เป็นรสชาติโปรดของผม) คุณก็ไม่มีทางหรือจะไม่เคยรู้เลยว่ารสชาติอื่นๆเป็นยังไงบ้าง คุณก็จะไม่รู้ว่าคุณพลาดอะไรไปบ้าง(อันนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องกินให้ครบทุกรสนะ ผมแค่อธิบายคร่าวๆกับเปรียบเทียบเฉยๆ การชอบกินรสเดียวก็ไม่ได้ผิดอะไร) ดังนั้น เป้าหมายของการออกไปเดทกับผู้หญิงหลายๆคน เพื่อจะได้รู้ว่าคุณชอบคนไหน และชอบนิสัยแบบไหน แล้วพอถึงเวลาที่คุณพร้อมที่จะแต่งงาน คุณก็จะรู้ว่าผู้หญิงคนไหนหรือแบบไหนที่คุณอยากจะแต่งงานด้วย

Dating
* Double Date
Dating
* กำลังจะเล่นเกมสำหรับการออกเดทครั้งนี้

แล้วจะเป็นยังไงหลังจากไปเดทกันแล้วไม่ชอบกันเหมือนที่คิดไว้? ก็เป็นเพื่อนกัน บางคนก็สนิท บางคนก็ไม่สนิทมากนัก คราวหลังก็สามารถไปเที่ยวกันได้อีก หรือแม้แต่แนะนำคนที่คิดว่าน่าจะเหมาะกันหรือจับคู่ให้ เพราะต่างคนต่างพอจะรู้จักกันบ้างแล้ว ก็สามารถช่วยๆกันแนะนำให้อีกคนนึงได้ด้วย rn แต่ถ้าคุณอยู่ในประเทศไทยและทำแบบนี้ พวกเขาจะคิดว่าคุณเจ้าชู้หรือเป็นคนหลายใจ แต่มันเป็นแค่การทำความรู้จักกันที่จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเลือกผู้หญิงหรือผู้ชายที่ถูกต้องในอนาคต (อย่าลืมนะครับว่า การไปออกเดทไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นแฟนกันหรือจะได้เป็นแฟนกันเสมอไป) แต่ในกรณีนี้ไม่ได้พูดถึงแค่ผู้ชายนะครับ ผู้หญิงเองก็ไปออกเดทกับผู้ชายเหมือนกัน(ซึ่งที่อเมริกา ผู้หญิงก็ออกไปเดทกับผู้ชายหลายคนเหมือนกัน) ซึ่งส่วนมากแล้ว ถ้าผู้ชายชวนไปเดทผู้ชายก็ต้องจ่าย ส่วนถ้าผู้หญิงเป็นฝ่ายชวนไปออกเดท ผู้หญิงก็ต้องจ่าย ไม่จำเป็นว่าผู้ชายจะต้องเป็นฝ่ายจ่ายหรือเลี้ยงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อยังเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา

Dating
* School Dance 2010
Dating
* School Dance 2009

ฉะนั้นแล้ว การไปออกเดทไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนเจ้าชู้ หลายใจหรือการันตีว่าคุณจะเป็นแฟนกันอะไรแบบนั้นเสมอไปนะครับ rnrnถ้ามีใครสนใจเรื่องการออกไปเดทของผมและแฟนผม (wannabe mee) คุณสามารถดูคลิปข้างล่างได้

* :)